3 ผู้บริหารผู้คร่ำหวอดในสตาร์ทอัพอย่าง “วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง” (กลาง) “กวิณ โอภาสวงการ” (ขวา) และ “วิเลิศ อรวรรณวงศ์” (ซ้าย) ประกาศสร้าง ชิฟ เวนเจอร์ จำกัด (shift  ventures) คลับจับคู่ธุรกิจระหว่างสตาร์ทอัพซึ่งเป็น Founderhood Club และนักลงทุนซึ่งรวมมูลค่ากว่าพันล้านบาท shift  ventures คือ องค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจ Startup และ ส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจ Startup ให้ก้าวสู่ความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น

3-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1

โดยเป้าหมายหลักของ Shift คือ

  1. สร้างมาตรฐานที่ชัดเจนในการระดมทุน ประเมิณมูลค่าธุรกิจ startup
  2. นำเสนอข้อมูล รายงาน การวิเคราะห์ธุรกิจในแง่มุมต่างๆ ที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน
  3. พัฒนาหลักสูตรด้านวิชาการ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการลงทุนธุรกิจStartup สำหรับกลุ่มนักลงทุน
  4. พัฒนาหลักสูตรสำหรับเจ้าของธุรกิจ Startup ทั้งเรื่องการตลาด แนวความคิดใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ และ การสร้างโปรดักส์

แต่ส่วนที่ทำให้ Shift Ventures น่าสนใจมากที่สุดในระยะเริ่มต้น คือ การมีนักลงทุนรายบุคคล ที่เป็นนักวิเคราะห์และนักธุรกิจระดับแนวหน้าของเมืองไทยตอบรับเข้าร่วมเป็นสมาชิก 1000x Club และวางเงินคนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมลงทุน

อะไรทำให้ Startup เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนรายบุคคล เพราะด้วยเงินคนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 30 นักลงทุน เบ็ดเสร็จแล้วเป็นเงิน 1,000 ล้านบาท ถือว่าไม่น้อย ลองมาฟังความคิดเห็นจาก ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ กัน

shift-ventures

ธุรกิจที่จะมาแก้ปัญหาน่าสนใจ

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป หรือ ASP บอกว่า Startup เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ น่าลงทุน มาจากการเติบโตที่รวดเร็ว แต่ก็ต้องมาพร้อมกับเสน่ห์ที่แตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ นั่นคือ เป็นธุรกิจที่เข้ามาแก้ปัญหาเดิมที่มีอยู่ ถ้าปัญหายิ่งใหญ่เท่าไร ยิ่งแก้ได้มากเท่าไร Startup นั้นยิ่งน่าสนใจมากขึ้น ถ้า Startup ไม่สามารถแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิมได้ ความน่าสนใจจะลดลง

kongkiat-shift

อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เมื่อมองเห็นปัญหาขนาดใหญ่ ก็ต้องคิดการใหญ่ และต้องเป็นจริงได้ แบบนั้นจะดึงดูดนักลงทุนได้ดี ถ้าคิดใหญ่แต่ไม่เป็นจริง แบบนั้นเรียกว่า เพ้อฝัน หรือหวังรวยง่ายๆ จากเงินของนักลงทุน ยืนยันได้เลยว่า ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอนฃ

Startup ต้องจำไว้เสมอว่า ยิ่งเอาเงินจากนักลงทุนไปมากเท่าไร ความรับผิดชอบก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

 

Sharing is caring!